แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ของดีใกล้บ้านทรงจำ 1 :ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ กรุงสุโขทัย

สำหรับแขกที่มาพัก บ้านทรงจำ และยังไม่ทราบว่าช่วงสายๆถึงช่วงเที่ยงๆจะทานอะไรดี
ขอแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ กรุงสุโขทัย


ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่อยู่ถนนเส้นเจริญราษฎร์ 
เดินจากบ้านทรงจำไปเพียงไม่ไกลก็จะเจอร้านแล้วครับ ร้านจะอยู่ทางขวามือ
อยู่ตรงกันข้ามกับวัดซิกข์พอดีเลยครับ

เป็นร้านขนาดย่อม มีโต๊ะทั้งหมดเพียง 7 โต๊ะเอง 


ส่วนอาหารที่มีก็ตามชื่อครับ หลักๆจะเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ

สำหรับรสชาติของก๋วยเตี๋ยวนั้น ต้องยอมรับจริงๆว่าปรุงมาได้พอดีๆ
ไม่รสอ่อนหรือรสจัดเกินไป
เพราะสังเกตได้จากพี่ๆนักท่องเที่ยวฝรั่งยังทานได้สบายๆ

ตัวอย่างหน้าตาอาหารร้านนี้
อันนี้ต้มยำเส้นเล็กแห้ง ใส่ไข่นกกะทาครับ

ส่วนนี่ เส้นเล็กกระดูกอ่อนต้มยำ น้ำ 


งานไม้ดอกไม้ประดับ เชียงใหม่ 55


งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2555 จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2555 ภายใต้แนวคิดใต้ร่มมหาราชา วัฒนธรรมล้ำค่า บุปผางาม นามนพบุรีศรีนครพิงค์


จังหวัดเชียงใหม่เตรียมจัดงาน “มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ” ครั้งที่ 36 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิดใต้ร่มมหาราชา วัฒนธรรมล้ำค่า บุปผางาม นามนพบุรีศรีนครพิงค์ ระหว่าง 3-5 กุมภาพันธ์ 2555 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด
มีขบวนรถบุปผชาติจากองค์กรต่าง ๆ 22 ขบวน ภายใต้แนวคิดการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ประจำปี 2555 คือ ใต้ร่มมหาราชา วัฒนธรรมล้ำค่า บุปผางาม นามนพบุรีศรีนครพิงค์ (Nopburi Srinakornping : The City of Splendid Culture and Beautiful Flower Bloom ; The Shadow of The Greatest King.)
ส่วนแนวคิดในพิธีเปิดงานคือ เชียงใหม่ : นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม (Chiangmai : The Most Splendid City of Culture.)
โดยกิจกรรมพิธีเปิด จะมีการแสดงร่วมสมัย ที่มีกลิ่นไอแห่งศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ การแสดงชุดนี้จะสะท้อนให้เห็นถึง ความศักดิ์สิทธิ์แห่งขุนเขาดอยสุเทพ ความงดงาม ความอุดมสมบูรณ์แห่งแม่น้ำปิง และวิถีชีวิตของผู้คน ความเชื่อ
รวมถึงรอยบุญบารมีแห่งเทพเทวดาอารักษ์ที่คอยปกปักรักษา อันเป็นปฐมเหตุแห่งความงดงามของดินแดนแห่งนี้ รวมทั้งสิ้น 3 องก์ ประกอบด้วย องก์ที่ 1 ดอยบุญ ตระหง่านฟ้า งามสง่านครพิงค์ องก์ที่ 2 ไม้ดอกสวย อุดมด้วยแม่ปิง ระมิงค์นครา องก์ที่ 3 ทวยเทพเทวา ปกปักรักษา นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
ในส่วนของการประกวดนางงามบุปผชาติ กำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 19.00 น. ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกวดนางงามบุปผชาติ ซึ่งจะเน้นแต่งกายด้วยชุดราตรีสั้นหรือยาว ตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยงามหรือสร้างสรรค์
ส่วนการประกวดนางงามบุปผชาตินานาชาติ เน้นแต่งกายด้วยชุดราตรีสั้นหรือยาว ตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยงามหรือสร้างสรรค์ สำหรับกิจกรรมเสริมบนเวทจะมีการแสดงนาฏศิลป์ไทย / สากล ดนตรีไทย ฯลฯ
ภายในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2555 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ยังมีการจัดนิทรรศการและการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ อีกด้วย
โดย การจัดนิทรรศการมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดนิทรรศการ จำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิโครงการหลวง ชมรมชวนชม ชมรมว่านสี่ทิศ และ บริษัท เอ เอ็ม เอ็ม ฟาร์ม
การประกวดไม้ดอกไม้ประดับ มีการจัดให้มีการประกวดจำนวน 14 ชนิด 234 ประเภท
  • การประกวดกล้วยไม้ 85 ประเภท
  • การประกวดกระบองเพชร 12 ประเภท
  • การประกวดเฟิร์นประดับ 8 ประเภท
  • การประกวดไม้ประดับกระถาง 16 ประเภท
  • การประกวดไม้อวบน้ำ 10 ประเภท
  • การประกวดไม้ดอกกระถาง 10 ประเภท
  • การประกวดบอนสี 10 ประเภท
  • การประกวดชวนชม 16 ประเภท
  • การประกวดโกสน 12 ประเภท
  • การประกวดโป๊ยเซียน 18 ประเภท
  • การประกวดบอนไซ 25 ประเภท
  • การประกวดสับปะรดสี 12 ประเภท
สำหรับการจัดสวนโชว์ หน่วยงานและชมรมร่วมจัดสวนโชว์ จำนวน 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย ตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ สวนพฤกษศาสตร์ สมาคมกล้วยไม้ล้านนา ชมรมกระบองเพชร ชมรมเอื้องเวียงพิงค์ ชมรมสับปะรดสี

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

สามล้อถีบ คนถีบสามล้อ

DOGSTAR กับสามล้อถีบในเชียงใหม่




Dogstar กับสามล้อถีบในเชียงใหม่
    พูดถึงอาชีพเก่าแก่อาชีพหนึ่งของเชียงใหม่คือสามล้อถีบค่ะ
ที่บ้านของด็อกสตาร์คุ้นเคยกับพี่ๆที่ขี่สามล้อดี ทัาใมถึงพุดเรื่องสามล้อถีบ
dogstar นึกๆดุแล้วคนเชียงใหม่ คนที่พูดว่ารักเชียงใหม่ไม่มีใครพูดถึงสามล้อถีบ
กันเลยว่าจะอนุรักษ์หรือไม่ ทั้งๆที่การถีบสามล้อเป็นอาชีพเก่าแก่คุ่เมืองเชียงใหม่
น่าน้อยใจแทนพี่ๆสามล้อถีบทั้งหลายจังเลย
    สามล้อถีบแสนจะดีคือ ไม่มีเสียงดังรบกวนชาวบ้านร้านช่อง ไม่มีควันที่ส่ง
กลิ่นเหม็นทําลายสุขภาพหาที่จอดก็แสนจะง่ายไม่เปลืองนั้ามันที่ต้องซื้อหาจาก
เมืองนอก ค่าแรงไม่แพงถีบเนิบๆชมวิวกันไป คนถีบสามล้อก็สุขภาพดีเป็นการ
ออกกําลังไปในตัว(ถ้าไม่เอาเงินค่าจ้างไปลงขวดเหล้าเสียก่อน)อย่างตัวของดิฉัน
เองถ้ามีโอกาสจะใช้สามล้อถีบเสมอค่ะเช่นตอนสิ้นเดือนเวลาเก็บค่าเช่าหอได้
แล้วเอาเงินเข้าธนาคารเสร็จจะต้องมีการไปชําระค่าสาธารณุปโภคต่างๆจะใช้
บริการสามล้อเป็นพาหนะถีบตั้งแต่จ่ายกับข้าว shopping ซื้อต้นไม้ ฯลฯ
จิปาถะจะใช้สามล้อถีบเจ้าประจําทั้งวันเลยอย่างเจ้าประจําของด็อกสตาร์ชื่อว่า
พี่สมัยค่ะ พี่คนนี้เป้นคนสันกําแพงค่ะ พี่สมัยจะฝากรถสามล้อถีบคู่ชีพไว้ที่
บ้านคุณยายแถววัดเกตุตอนเช้าแกจะขับมอเตอร์ไซด์จากบ้านมาแล้วมาเอา
สามล้อไปถีบหาสตางค์โดยมีที่ประจําคือหน้ากาดหลวงกับกาดต้นลําใยค่ะแก
ถีบรถเก่งมากรุ้จักทางลัดซอยเล็กซอยน้อยในเชียงใหม่รุ้จักดีไม่มีหลงเลย
สามล้อคู่ชีพก็อยู่ในสภาพแข็งแรงบํารุงรักษาเป็นอย่างดีแกเคยถีบรถถีบให้
คุณชวน หลีกภัยนั่งสมัยที่เป็นนายกด้วยค่ะ

    Dogstarไม่ได้ว่ารถตุ๊กๆหรือรถสี่ล้อแดงรับจ้างนะคะไม่ได้แอนตี้อะใร
เพราะว่าdogstarใช้บริการรถสี่ล้อแดงเหมือนกันเพียงแต่อยากจะออกความเห็น
ว่าถ้าเราจะอนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่ ความเป็นอยุ่เก่าๆที่เราเคยอยุ่กันมาก็ควรจะ
สนับสนุนอาชีพดั่งเดิมด้วยเช่นอาชีพถีบสามล้อรับจ้างเช่นถ้ามีแขกหรือเพื่อนๆ
จากต่างประเทศมาเยี่ยม ดิฉันจะใช้สามล้อถีบนี่ล่ะค่ะพาเพื่อนเที่ยวชมวัดใน
ตัวเมืองถ้าไปใหนไม่ใกลภายในตัวเมืองให้ใช้สามล้อถีบเช่นไปเที่ยววัดเชียงยืน
วัดกู่เต้า วัดเชียงมั่น วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวงและวัดอีกหลายวัดแถวๆถนนท่าแพ
พอจบทัวร์วัดพาไปเดินช็อปกันเป็นที่สนุกสนานถ้าเป้นวันอาทิตย์จะตบท้ายด้วย
การพาไปนวดที่บริเวณถนนคนเดินและซื้อของกันต่อค่ะถ้าไปใหนไม่ใกลหรือ
ทําธุระภายในตัวเมืองสมัยก่อนที่มีการประกวดนางงามยุคเฟื่องฟู่จะ "มีแม่ญิงก๋างจ้อง
นั่งสามล้อถีบ "แห่เป็นขบวนทั่วเมืองเชียงใหม่ก็มีเสน่ห์ดีค่ะ
    ทําไมพูดถึงสามล้อถีบวันนี้มีเหตุการที่เกิดขึ้นทําให้รู้สึกเสทือนใจเกี่ยวกับ
อาชีพถีบสามล้อรับจ้างเพราะหลังจากทําธุระเสร็จแล้วกําลังจะกลับบ้านค่ะเป็น
ธรรมเนียมของที่บ้านจะดื่มชากันบ่ายสี่โมงเย็นของทุกวัน(เทรดดิชั่นอันนี้คุณสามี
ค่อนขอดเสมอว่าอังกฤษเหลือเกิน คําว่าอังกฤษขึ้นเสียงสูงเชียว)จึงจําเป็นจะต้องมี
ขนมทานกับนํ้าชา dogstarซื้อขนมเหมือนกันเลย 6ชิ้นและบอกกับคนขายว่า 1ชิ้น
แบ่งต่างหากและซื้อนํ้าส้มคั้นเพิ่มหนึ่งขวดแยกถุงต่างหากบอกกับคนขายว่าจะ
ให้ลุงสามล้อ คนขายบอกว่าว่าเขาซื้อขนมให้ลุงสามล้อด้วยสองชิ้นใส่กล่องไว้แล้ว
และชี้ให้ด็อกสตาร์ดูค่ะ เพราะว่าพ่อของหนูเคยถีบสามล้อและเสียไปแล้ว เธอบอก
และบอกต่ออีกว่าทุกครั้งถ้ามีเห็นคนถีบสามล้อและมีโอกาสที่จะช่วยเธอจะทําแบบ
นี้ทุกครั้งสมัยก่อนพ่อของเธอไม่มีโอกาสได้ทานขนมอร่อยๆพอเห็นพี่สมัยเธอบอก
ว่าคิดถึงพ่อของเธอมาก dogstar รู้สึกดีใจและตื้นตันใจที่ยังมีคนแบบนี้ให้ได้พบ
ได้เห็นอยุ่ค่ะ ตอนนี้สามล้อถีบมีไม่มากแล้วและส่วนใหญ่มีอายุมากกันทั้งนั้น
ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพไปทําอย่างอื่นได้อีกแล้วถ้าช่วยกันได้ก้ขอช่วยกันสนับ
สนุนอาชีพเก่าแก่เพื่อว่าจะอยู่กันได้ในยามเศรษฐกิจที่ตกสะเก็ดอย่างรุนแรงด้วยเถิดค่ะ

ขอขอบคุณบทความจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=147994

และสำหรับผู้มาเยือนบ้านทรงจำทุกท่าน หากท่านใดสนใจเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่
แบบอนุรักษ์(ทั้งอนุรักษ์สิงแวดล้อม และอนุรักษ์พาหนะแบบโบราณ) ทั้งยังได้ช่วยเหลือ
คนท้องถิ่น(จริงๆ) สามารถติดต่อลุงสมัย คนปั่นสามล้อถีบ ได้เลยนะครับ ราคากันเอง
ต่อรองกันได้เลยครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เลื่อนจัดงานพืชสวนโลก เป็นวันที่ 14 ธันวาคม 2554 - 14 มีนาคม 2554

จังหวัดเชียงใหม่ เลื่อนการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ฯ ราชพฤกษ์ 2554 
ไปวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ถึง 14 มีนาคม 2555
ซึ่งขณะนี้มีผู้จองบัตรเข้าชมแล้ว 1 แสน 4 หมื่นใบ
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายอุทัย นพคุณวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 และนายกัมพล นิสิตสุขเจริญ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักบริหารจัดการงานมหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติ ฯ ราชพฤกษ์ 2554 ร่วมแถลงเลื่อนการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ออกไปจากเดิมวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2555 มาเป็นวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ถึง 14 มีนาคม 2555 แทน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการจัดงานและความไม่สะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่จะมาชมงาน ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการจัดงาน ได้เร่งแจ้งเลื่อนการจัดงานไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจองบัตรเข้าชมแล้ว 1 แสน 4 หมื่นใบ คิดเป็นมูลค่า 14 ล้านบาท โดยคณะกรรมการจัดงานตั้งเป้าไว้ 2 ล้านใบ ซึ่งผู้ที่ซื้อบัตรแล้ว สามารถเลื่อนการเข้าชมได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ส่วนราคาบัตรที่มีส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์ผู้สนใจสามารถซื้อได้ถึงวันที่ 13 ธันวาคม แต่ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรเข้าชมช่วงวันที่ 9 พฤศจิกายน ถึง 13 ธันวาคม มีความประสงค์จะเข้าชมงาน ก็สามารถเข้าชมได้แต่จะไม่ได้ชมกิจกรรมการแสดงต่างๆ เท่านั้น 




ขอขอบคุณข้อมูลจาก:http://www.cm108.com/bbb/index.php?/topic/46554-eiaaiaoaaeae-asaaanaaaeioecaaaa/

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

กว่าจะมาเป็นบ้านทรงจำ












กว่าที่จะมาเป็นเกสท์เฮาส์เล็กๆแห่งนี้ บ้านทรงจำต้องผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย
ทั้งการซ่อมแซม เพิ่มเติม ตกแต่ง ไม่หยุดหย่อน ชวนให้ท้อใจ แต่ก็ต้องกัดฟันทำให้สำเร็จ
เพราะเป็นบ้านแห่งความหลัง ความทรงจำของครอบครัว เป็นบ้านที่คุณตาและคุณยายสร้างมากับมือ
บ้านทรงจำหลังนี้สร้างเสร็จตั้งแต่ ปี ค.ศ.1930 ถ้านับเป็นอายุคน ก็อยู่ราวๆ 82 ปี
บ้านทรงจำหลังนี้ เป็นบ้านไม้หลังใหญ่ใต้ถุนสูง สร้างจากไม้สักทั้งหลัง มีเสามากกว่า 20 ต้น
ซึ่งหากลองดูๆแล้วไม้แต่ละท่อนอาจดูไม่สวยนัก เพราะเป็นไม้สักที่ถูกฝรั่งค้าไม้สมัยนั้นคัดทิ้ง
เพราะไม่ได้ขนาด บางท่อนเล็กไป เบี้ยวไป คดบ้าง เอียงบ้าง แต่ก็เป็นบ้านที่อบอุ่น
ไหนๆก็กล่าวถึงคุณตาแล้ว ก็ขอเพิ่มเติมข้อมูลของคุณตาเล็กน้อย
คุณตานั้นเป็นชาวไทยใหญ่มีเชื้อเจ้านายของรัฐฉานหรือ “ชานสเตท” ที่อยู่ในพม่า
หลังจากที่จบในระดับมัธยมศึกษาที่ เมืองดาร์จีลิง ในอินเดีย
จึงไปศึกษาต่อในด้านป่าไม้ที่ มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง(Rangoon University)

หลังจากนั้นได้โอกาสไปศึกษาต่อที่อังกฤษอีก 2 ปี แล้วได้มีโอกาสมาทำงานที่ประเทศไทย
และตั้งรกรากอยู่ที่เชียงใหม่ โดยได้ทำงานในบริษัททำไม้ชื่อดังต่างๆ ของอังกฤษ
ในAsia ได้แก่ บอมเบย์เบอร์ม่าร์, อีสต์เอเชียติก, หลุยส์ ที เลียวโนแวนส์
ซึ่งคุณตาเป็นผู้จัดการชาวเอเชียคนเดียวนอกจากนั้นเป็นฝรั่งหมดเลย
 













เมื่อได้ไม้แล้ว
คุณตาก็ให้คนงาน ชาวขมุ เอาขวานถากเสาไม้เป็นเหลี่ยม ไม่ใช้เลื่อยเลย
แล้วล่องซุงมาตามลำแม่น้ำปิง เมื่อถึงท่าก็จะใช้โซ่ร้อยกับซุงแล้วให้ช้างลากมายังพื้นที่ที่จะสร้างบ้าน
เนื่องจากคุณตา เป็นคนที่รักไม้มาก การสร้างบ้านหลังนี้จะหลีกเลี่ยงการตัดไม้โดยไม่จำเป็น
 ซึ่งสังเกตได้
จากพื้นกระดานที่ปลายไม่เท่ากัน ไม่มีการตัดให้พอดีกับขนาดของตัวห้อง

 ปล่อยไว้ตามความยาวของไม้ บางห้องเสาไม้ก็ใช้เสาไม้ที่โก่งหรือโค้งไม่ตรง
 บางต้นเอียงจนเกือบเป็นเส้นทแยงมุม บางต้นมีรอยเจาะเป็นช่องเพื่อใช้ร้อยโซ่ให้ช้างลาก
 คุณตาก็จะปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น
นอกจากตัวบ้านแล้ว เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ต่างๆในบ้าน
คุณตาก็จะทำเอง(หมายถึงให้ลูกน้องที่เป็นช่างไม้เป็นลูกมือช่วยกันทำ) อย่างเช่น โต๊ะทานข้าวชุดเล็ก
สามารถนั่งทานได้สี่ที่ แต่หากมีแขกมาทานข้าวด้วย คุณตาจะมีกระดานไม้สักขนาดใหญ่
ครอบโต๊ะกินข้าวอีกที ทำให้สามารถนั่งร่วมกันทานข้าวได้ถึงแปดคน
งานไม้ของคุณตาแม้ว่าจะมีฝีมือหยาบๆ ไม่สวยแบบที่เขาทำขายกัน
แต่ก็มีความหมายกับคนในครอบครัวมากและยังใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้

พูดถึงบ้านทรงจำ เมื่อกลายเป็นโฮมสเตย์แล้ว
อยากให้เป็นบ้านพักที่อบอุ่น อยู่แบบคนเชียงใหม่
 คือ ตื่นเช้าเดินไปจ่ายตลาด หาอะไรกลับมาทาน
หรือจะซื้อผักและเนื้อสัตว์มาทำอาหารทานที่บ้านก็ได้
หากเป็นวันพระก็สามารถนั่งสามล้อถีบไปทำบุญ
หรือนึกอยากนั่งสามล้อถีบไปโน่นมานี่ในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ตามชอบ
หรือไม่อยากไปเที่ยวไหนก็สามารถหามุมสงบ สบายๆนั่งอ่านหนังสือเพลินๆก็ได้
คืออยากให้รู้สึกว่าไปเที่ยวแล้วกลับมาพักก็อบอุ่น
หากไม่อยากไปไหนก็สามารถอยู่ที่บ้านทรงจำได้ไม่อึดอัดเหมือนว่าเป็นบ้านของตนเอง

" ท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรนอกจากความอยากที่จะต้อนรับทุกท่านที่จะมาเยือนเชียงใหม่
และปรารถนาที่จะพักในย่านวัฒนธรรมเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ ร่วมใช้ชีวิตในแบบคนเชียงใหม่
และร่วมเป็นความทรงจำที่ดีต่อกันและกัน 
ขอบคุณและยินดีต้อนรับทุกท่าน.......บ้านทรงจำโฮมสเตย์"

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

ลืมบอกกล่าวกันไปว่าบ้านทรงจำก็มีระเบียบเหมือนกันแต่ไม่หยุมหยิม ให้รำคาญใจ


 ลืมบอกกล่าวกันไปว่าบ้านทรงจำก็มีระเบียบเหมือนกันแต่ไม่หยุมหยิม
ให้รำคาญใจ พอรับกันได้เชิญอ่านและเชิญมาเที่ยวเชียงใหม่ในฤดูหนาวนี้

We would appreciate you complying with the following points for the health 
and safety of you or your group and for the convenience and comfort of the rest 
of the guests staying at the guest house. It is important to respect their needs 
for a peaceful and relaxing stay.

1. In respect of privacy, please close your room door at all times.
    เพื่อความเป็นส่วนตัวของท่านกรุณาปิดประตูห้องพักของท่านเสมอ
2. Removing or re-arranging any furniture is not permitted.
    กรุณาอย่าเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์
3. Pets are not permitted.
   ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าห้องพัก
4. No Smoking inside guest rooms
   ห้ามสูบบุหรี่ภายในห้องพัก
5. Smoking is only allowed outside where it does not offend other guests, 
    Please dispose of litter in the bins provided.
    ท่านสามารถสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่จัดไว้ และกรุณาทิ้งเถ้าบุหรี่และก้นกรองบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่หรือถังขยะ
6. Please help conserve energy by turning off unused electrical equipment. 
   กรุณาช่วยกันประหยัดพลังงานโดยการปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
7. Please report any problems or damage in your guest room immediately to avoid any
 misunderstanding. Registered guest will be held responsible for any damages to Baan SongJum property 
caused by themselves or their guests.  
  หากเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินภายในห้องหรือในบริเวณซึ่งเป็นทรัพย์สินของบ้านทรงจำ โดยมีสาเหตุมาจากท่าน เพื่อนร่วมห้องของท่านหรือแขกของผู้ที่เข้าพัก ผู้ที่ลงทะเบียนเช่าห้องพักต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายนั้น


หวังว่าจะไม่เยอะเกินไปจนน่ารำคาญ หรือน้อยเกินไปจนหย่อนยานนะครับ....ขอบคุณครับ


จาก บ้านทรงจำ
ท้ายนี้ขอเพิ่มเล็กน้อยในส่วนของการเช็คอินและการเช็คเอาท์
เวลาเช็คอิน ขอตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไปนะครับเพราะเนื่องจากเวลาเช็คเอาท์จะอยู่ที่ ไม่เกินเที่ยงวันนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เรื่องถนนคนเดิน by บ้านทรงจำ โฮมสเตย์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเชียงใหม่นั้น หากพลาดการเดินถนนคนเดิน
คงไม่ต่างกับ กินข้าวแล้วไม่ได้ใส่น้ำปลา
หรือ มีช้อน แต่ไม่มีส้อม คือ กินข้าวได้เหมือนกัน
แต่...ก็ไม่ครบเครื่องไงครับ เพราะฉนั้น หากมาเชียงใหม่แล้วพลาด
รายการท่องเที่ยวนี้ไป เสียดายแย่เลย จริงๆแล้วก็ไม่ใช่แต่นักท่องเที่ยวนะครับ

คนเชียงใหม่เองก็ติดอกติดใจการเดินชมความคึกคักของถนนคนเดิน เช่นเดียวกัน





ถนนคนเดินนั้นเมื่อแรกเริ่ม จะมีเพียงถนนคนเดินวันอาทิตย์ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 
เขาขนานนามกันว่า"Chiangmai Sunday Walking street" 
และสืบเนื่องจากความประสบความสำเร็จของถนนคนเดินวันอาทิตย์ 
จังหวัดเชียงใหม่จึงปลุกปั้นถนนคนเดินขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนวัวลาย 
ซึ่งเป็นชุมชนผลิตเครื่องเงินเก่าแก่และมีชื่อเสียงของเชียงใหม่
แต่ถนนคนเดินวัวลายนี้จัดเฉพาะวันเสาร์นะครับ ถ้าจัดวันอาทิตย์เดี๋ยวจะเดินกันไม่ไหว
เอาเป็นว่า
วันเสาร์เดินวัวลาย วันอาทิตย์เดินท่าแพกันเถอะครับ


"ถนนคนเดินวันอาทิตย์" (Chiangmai Sunday Walking Street)
จัดขึ้นบนถนนราชดำเนิน ตัดกับถนนพระปกเกล้าที่จัดขึ้นทุกบ่าย-ค่ำยันดึก
ทุกวันอาทิตย์ กลายเป็นตลาดบนถนนรูปกากบาทตัดใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่มีคูเมืองล้อมรอบ
ผู้คนคลาคล่ำ ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินสวนกันแบบไม่ต้องมีกฎจราจร
และนับเป็นถนนคนเดินนำร่องแห่งแรกที่รัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ริเริ่มจัดขึ้น
ที่ถนนท่าแพในปี 2545 
หลังจากจัดขึ้นประมาณ 10 ครั้งก็ได้มอบหมายให้เทศบาลนครเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพดูแลจากนั้นได้ย้ายมาปักหลักเปิดที่ ถนนราช ดำเนิน จนประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเชียงใหม่ และถูกบรรจุในโปรแกรมการท่องเที่ยวโลกไปแล้ว 

....ถนนคนเดินแห่งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถานที่ ให้ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของที่ระลึกแต่ยังเป็นที่สร้างกิจกรรมหลากหลายให้เกิดขึ้น ทั้งนักดนตรีไทยตัวน้อยและรุ่นใหญ่ที่นั่งเล่นดนตรี เปิดหมวกกลางถนนอย่างไม่ขัดเขิน ซุ้มนวดแผนโบราณแทรกซึมไปทุกระยะ เพื่อรอบริการนักท่องเที่ยวที่เหนื่อยจากการเดินชมสินค้า สินค้าหัตถกรรมสวยงามเรียงรายสลับกันตลอดเส้นทาง มีทั้งแบบชิ้นเดียวในโลก และทำกับมือให้เห็นกัน
ก็มีอยู่มาก เป็นสีสันที่หาดูได้ยาก

ถนนคนเดินนั้นเป็นสถานบ่มเพาะผู้ประกอบการขนาดย่อม หรือ SMEs เกิดขึ้นมากมาย ด้วยความหลากหลายของสินค้าและความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ทำให้เจ้าของธุรกิจหลายรายประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ สร้างงานแก่ตนเองและชาวเชียงใหม่
 
จากข้อมูลของเทศบาลนครเชียงใหม่ พบว่าปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าบนถนนราชดำเนินและจุดสี่แยกกลางเวียง รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ร้านค้า
มีผู้คนเดินอาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 50,000 คน
แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยที่มาจากต่างจังหวัดประมาณ 30%
คนภายในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียงประมาณ 50%

และนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20%ล่าสุดจากการประเมิน
มูลค่าการขายทั้งหมดพบว่ามีเงินสะพัดมากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี

"ถนนคนเดินวัวลาย"Walking cow pattern )

นอกเหนือจากความสำเร็จของ "ถนนคนเดินวันอาทิตย์" 
ที่ลอยติดลมบนไปไกลแล้ว 
เทศบาลนครเชียงใหม่ยังมีความพยายามที่ จะปลุกปั้นถนนสายอื่นๆ ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่
ให้กลายเป็นถนนคนเดินขึ้นมาอีกเส้นหนึ่ง 
นั่นคือ "ถนนคนเดินวัวลาย" บรรยากาศของถนนคนเดินวัวลายมิได้แตกต่างจากถนนราชดำเนินมากนัก  แต่เสน่ห์อยู่ที่ถนนที่มีเอกลักษณ์ทางด้านเครื่องเงิน การตีเงิน มีชุมชนดั้งเดิมที่ยังอนุรักษ์หมู่บ้านผลิตเครื่องเงินโบราณของจังหวัดเชียงใหม่ไว้อยู่

...ถนนคนเดินสายนี้ เปิดขึ้นทุกบ่าย-ค่ำของทุกวันเสาร์ เพื่อต้องการพลิกฟื้นประวัติศาสตร์
ของแหล่งชุมชนผลิตเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่และเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่
ที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศมีแหล่งซื้อขาย พักผ่อน
และซึมซับบรรยากาศแบบทางเหนืออีกแห่งหนึ่ง
   โดยได้เริ่มทดลองตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2547
กระทั่งล่าสุดได้ประกาศทำโครงการต่อเนื่องไปอีกโดยไม่มีกำหนด เพื่อพัฒนาให้เป็น
แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แบบยั่งยืนของเชียงใหม่ควบคู่กับถนนคนเดินวันอาทิตย์ 


คำแนะนำ

    การเดินทางโดยรถยนต์ :

  • ถนนคนเดินเชียงใหม่ ถนนวัวลาย (วันเสาร์) สามารถจอดรถได้ที่หัวถนนและท้ายถนน
  •  คือ ข้างถนนด้านประตูเชียงใหม่และถนนทิพย์เนตร
  • ถนนคนเดินเชียงใหม่ ท่าแพ (วันอาทิตย์) 
  • เริ่มต้นจากประตูท่าแพไปตามถนนราชดำเนิน 
  • สามารถจอดรถได้โดยรอบ ถ้ามาค่ำอาจต้องเดินไกลหน่อยเพราะหาที่จอดยาก
  •     การเดินทางโดยรถประจำทาง :
  • โบกรถสองแถวแดง ได้จากทุกที่ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถรับจ้างไม่ประจำทาง
  •  บอกคนขับว่า ต้องการไปถนนคนเดินท่าแพ รับรองว่าไม่มีทางหลงแน่นอน 
  • ค่ารถประมาณ 20 บาทถ้ากลับดึกหน่อยก็มีรถ ตุ๊ก ตุ๊ก จอดให้บริการอยู่ตรงประตูท่าแพ 
  • ราคาแล้วแต่ต่อรอง
  • แผนที่ของถนนคนเดิน :
  • ถนนคนเดิน ท่าแพ(วันอาทิตย์)

  • อันนี้มีบอกหลายแห่งครับ
  • ถนนคนเดินท่าแพ วัวลาย ย่านนิมมานฯ ย่านไนท์บาร์ซาร์ แต่อย่าลืมพักที่บ้านทรงจำนะครับ
  • แนะนำทิ้งท้าย :
  • ช่วงเวลาแดดร่มลมตกไปจนถึงยามค่ำของวันอาทิตย์ 
  • คือเวลาที่เหมาะสมกับการเดินถนนคนเดินมากที่สุด 
  • เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย และมีร้านรวงต่างเปิดกันพร้อมพรั่งแล้ว
  • ในวันเสาร์จะมีถนนคนเดินที่ ถนนวัวลาย มาเที่ยวถนนคนเดินวัวลายวันเสาร์ 
  • สามารถจอดรถได้ที่หัวถนนและท้ายถนน 
  • คือ ข้างถนนด้านประตูเชียงใหม่และถนนทิพย์เนตร
  • ควรใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่สบายๆ เพราะคนเยอะและอาจต้องเดินไกลกว่าที่คิดไว้ 
  • เพราะมีแต่ของน่าสนใจทั้งนั้นเลย

**และหากท่านได้มาเยี่ยมเยียนเชียงใหม่แล้วกำลังมองหาที่พักที่สงบ 
อยู่ในตัวเมือง และย่านวัฒนธรรมอันเก่าแก่คู่เมืองเชียงใหม่
ขอแนะนำ "
บ้านทรงจำโฮมสเตย์"

เกสท์เฮาส์เล็กๆ ที่จะทำให้ท่านเข้าถึงบรรยากาศแบบล้านนา**